| I'm's profile۩☆•:*´¨`*:•... JAH .. c"...PhotosBlog | Help |
|
|
۩☆•:*´¨`*:•... JAH .. c",) ..•:*´¨`*:•.۩☆October 03 เกี่ยว. . ชี้นานแล้วนะ ที่ฉันไม่ได้มีโอกาสเดินชิวๆ บนสะพานลอย
ขณะที่ด้านล่างมีรถขวักไขว่ไปมาเช่นนี้
ฉันใช้ส่วนหนึ่งของชีวิตบนสะพานลอยตรงอนุสาวรีย์ทุกวัน
เนื่องด้วยเป็นทางที่นำพาชั้นกลับบ้านได้
ฉันมักมองชีวิตคนบนสะพานแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าแผงลอยเล็กๆ
ที่แอบหนีเทศกิจ โดยมีโค้ดเวลาเทศกิจมาว่า
"พี่เค้ามาแล้วนะคร๊าบ ใกล้แล้วด้วย มาแล้วน๊า"
หรือจะเป็นเด็กชายหญิง
ที่ตะโกนขายพวงมาลัยด้วยถ้อยคำห้วนๆ รุนแรง แต่ค้นเคยว่า
"พวงมาลัยมั๊ยค่ะ 3 พวง 20 ค่า"
หรือจะเป็นยายแก่ๆ ที่มานั่งขายมะลิบ้าง จำปีบ้าง
จนทำให้วันใดวันหนึ่งถ้าไม่เห็นพวกเขา มันเหมือนขาดอะไรสักอย่างไป
หรือจะเป็นผู้คนที่เดินผ่านไปมา
เพื่อน พ่อแม่ลูก คู่รัก ขอทาน วนิพก
บ้างเดินจับมือ จูงแขน โอบไหล่ จับเอว
หรือแม้กระทั่งจับนมกันเดินก้อยังมี
แต่ทั้งหมดนี้. . ไม่ทำให้ฉันรู้สึกดีเท่ากับคู่นี้เลย
เขาเป็นคู่รักธรรมดา ตัวเล็กๆ กำลังดี
ทั้งคู่เดินด้วยกันเหมือนฝ่ายนึงเซ็ง ฝ่ายนึงเบิกบาน
แต่. . จุดที่หยุดสายตาของฉันกลับเป็นที่ "นิ้ว"
เพราะฝ่ายนึงเดินโดยการกำนิ้วชี้ของฝ่ายนึงไว้
อาการเหมือนเกี่ยวก้อย แต่ดูอ่อนโยนและนุ่มนวลกว่า
ฉันเดินตามคู่นี้อยู่นาน จนเราแยกย้ายกันไป
แต่สิ่งที่ตามมารบกวนจิตใจของฉันก้อคือ
"ฉันกลับอยากมีคนมาจับนิ้วชี้ของฉันเดินอย่างนี้บ้างจัง"
เพราะฉันจะตั้งใจยื่นนิ้วชี้ให้เค้าอย่างเต็มใจ
เพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า
ฉันและเค้าจะเดินเคียงคู่กันไปด้วยกัน. . และกันตลอดไป
![]() September 04 อยากรู้. . แต่ไม่อยากถามมีคนเคยถามฉันว่า. . ทำไม
ฉันไม่ให้เค้ารับรู้ความจริงบางอย่างที่ฉันซ่อนไว้
เค้าพยายามง้างปากก้อแล้ว งอนก้อแล้ว โกรธก้อแล้ว
แต่ก้อ. . ก็ไม่สำเร็จ
เหตุผลที่ฉันให้เธอรู้ไม่ได้ นั่นเป็นเพราะ
ความลับบางอย่าง ถ้ารู้กันสองคน
มันจะเรียกว่า. . "ความรัก"
แต่ถ้าเรารู้ของเราคนเดียว. .
ความลับนั้น จะเรียกว่า. . "รักข้างเดียว"
เข้าใจหรือยัง
ว่าเหตุใดฉันจึงบอกความลับนั้นกับเธอไม่ได้. .
เพลง: อยากรู้...แต่ไม่อยากถาม ได้ชิดเพียงลมหายใจ แค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน ที่ค้างในความรู้สึก ว่าลึกลึกเธอคิดยังไง * อะไรที่อยู่ในใจ ก็เก็บเอาไว้ ** เธอจะมีใจหรือเปล่า เธอเคยมองมาที่ฉันหรือเปล่า ไม่ถามยังดีเสียกว่า เพราะฉันรู้ถ้าเราถามกัน (*,**) Solo เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ August 07 ละเลียดละไมรส. . กาแฟวันก่อนดูละคร "แหวนดอกไม้" ทางช่อง 3
แล้วมีคำถามที่ชวนให้คิดว่า จะเปรียบความรักเป็นอะไร
คนแรกส่งออกอาหารแช่แข็งบอกว่า. . ความรักเหมือนอาหารแช่แข็ง
อยากกินหรืออยากมีเมื่อไหร่ก้ออุ่นกินได้ง่ายๆ สบายดี
คนที่สองเป็นนางแบบเปรียบว่า. . ความรักเหมือนการเดินแบบ
มีความสวยงาม เปลี่ยนแปลงเหมือนเสื้อผ้าที่เปลี่ยนไป
คนที่สาม นักจัดดอกไม้ยิ้มและพูดว่า. . ความรักเหมือนการจัดดอกไม้
เราควรดูว่าจะจัดดอกอะไรไว้ใกล้ดอกอะไร
และดอกไหนไว้ตรงไหน
จึงจะดูสวยงามและประทับใจคนรับที่สุด. . เหมือนความรัก
เลยลองถามตัวเองว่า
"ความรักเปรียบเหมือนหนังโฆษณารึป่าว"
คำตอบคือ "ไม่ใช่ว่ะ" เพราะเราไม่สามารถเลือก scene ดีๆ
ตัวแสดงสวยๆ มุมกล้องแปลกๆ ได้เหมือนเวลาตัดต่อ
ช่วงบ่าย - - นั่งจิบกาแฟพลางคิดไปพลาง
เลยคิดเปรียบเปรยความรักของตัวเองว่า
เหมือนกาแฟและวิธีการชง. .
![]() ![]() กาแฟ. . มีเมล็ดพันธุ์มายมาย อีกทั้งส่วนผสม
วิธีการชง วิธีการนำเสนออีก ล้วนแตกต่าง
แต่กาแฟ - ก้อซื่อสัตย์ต่อรสชาดของตัวเองเสมอ. .
กาแฟแม้จะขม แต่ก้อน่าชิม น่าค้นหา
กลิ่นที่หอมละมุน เหมือนความรักที่หอมชวนดม
อยากละเลียดอยู่อย่างไม่อยากจะผละจากไปไหน
แม้วันนี้ชั้นอาจจะยังไม่เจอกาแฟรสชาดที่ใช่
แต่. . ฉันยังมีกาแฟรสชาดคุ้นลิ้น
ที่ลึกลับ น่าค้นหา ชวนสัมผัส
แม้จะขมไปบ้าง น้ำเยอะไปหน่อย หวานน้อยไปนิด
แต่ก้อทำให้ชั้นไม่อยากละเวลาจากกาแฟแก้วนั้นล่ะน่า
![]() July 08 อดทนเวลาที่ฝนพรำ.."..อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก้อทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง.."
ครั้งนี้ขอหยิบยกถ้อยคำซึ้งใจ
ในเพลง "ฤดูที่แตกต่าง" ของพี่บอย โกสิยพงศ์
เพราะเพลงนี้ได้ตรงกับช่วงชีวิตช่วงหนึ่ง
ของใครหลายๆ คนรอบตัวเหลือเกิน
คนนึงกำลังสับสนและต่อสู้กับตัวเอง
คนนึงกำลังพยามยามมองโลกทุกวันในแง่ดี
คนนึงกำลังเหงาอย่างถึงที่สุด
คนนึงกำลังไม่แน่ใจกับความรักอันบริสุทธิ์
ว่าจะเป็นเพียงรักข้างเดียวหรือไม่
และอีกคนกำลังกลุ้มและอึดอัดกับฝันที่พังทลาย..
หลายคน มากปัญหา หลากทางออก
แต่ทุกปัญหาต่างมีจุดร่วมคือ
. . รอวันที่ฝนจาง และฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้ง . .
![]() April 05 พร้อมยืนด้วยตัวเอง..ในขณะที่หลายชีวิตกำลังดำเนินไปได้อย่างดี
กลับมีอีกหนึ่งที่อยู่ในความทุกข์ระทม..
ชั้นไม่รู้หรอกว่าในวันนั้นเกิดอะไรขึ้น
แต่..สิ่งที่ชั้นรู้ก้อคือ
"เขาไม่ได้มีความสุขกับทางที่เขาได้เลือกสักเท่าใด"
เป็นธรรมดาของชีวิตที่ต้องอยู่กับการเลือก
หลายคนเลือกถูก หลายคน "เลือกผิด"
บางครั้งการเลือกผิดเพียงครั้งเดียว
อาจเป็นหนทางที่ทำให้เขาตัดสินใจครั้งสุดท้าย
เพื่อหลีกหนีให้ปัญหา
ด้วยการเดิมพันกับชีวิตของตัวเขาเอง
![]() แต่เขาลืมบางสิ่งอย่างไป
ลืมคนที่รักเขาและพร้อมโอบกอดปลอบโยน
ในยามที่ท้อแท้ สิ้นหวัง
ชั้นไม่มีคำปลอบโยนใดๆ
เพราะชั้นรู้ว่าการปลอบโยนไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
นอกจากบอกให้ใจเย็นและค่อยๆ คิดต่อไป
แต่ขอให้เขามั่นใจว่า
..ชั้นพร้อมจะเป็นขอนไม้ให้เขายึด
พยุงตัว และลุกขึ้นพร้อมก้าวเดินครั้งใหม่ต่อไป..
"ถ้าเขาพร้อมที่จะยืน ฉันก้อพร้อมที่จะอยู่เคียงข้าง.."
March 02 วัน เวลา และความรู้สึก..เป็นเวลาเกือบจะปีแล้วสินะ ตั้งแต่จบมา
การทำงานก้อมีแต่หนักขึ้น หนักขึ้นทุกวัน
ภาระที่ต้องรับผิดชอบก้อเพิ่มมากขึ้นตามประสบการณ์
แต่ชั้นชอบนะที่ได้ทำอะไรที่มันท้าทาย
แม้บางครั้งต้องทุ่มเทมากกว่าคนอื่นๆ ก้อตาม
มันทำให้ได้เรียนรู้ว่า..งานที่ชั้นทำเปรียบเสมือนขนมหวาน
ที่หอมกรุ่น ชวนให้อยากลิ้มลองรสนั้นเรื่อยไปไม่เบื่อ..
และแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ฉันและคนของอดีตจะยังคงเหมือนเดิม
แม้เราจะเปลี่ยนไป..ไม่เหมือนเดิม
ขอเวลาให้กันและกันสักนิด
ให้เวลาในการหาใครสักคน
มาเป็น.. "คนของกันและกัน"
โดยเขาหรือเธอคนนั้น
จะมาช่วยเติมชีวิตอีกด้านให้เต็ม
ได้..เป็นอย่างดี
![]() "ขอบคุณโชคชะตา..ที่นำพาให้เรามาเจอและเรียนรู้กันและกัน
ขอบคุณเธอ..กับความน่ารักและรอยยิ้มที่ประทับใจ
ขอบคุณเพื่อนรัก..กับความหวังดี จริงใจที่มีให้เสมอมา
ขอบคุณตัวเอง..ที่อ่อนไหวและเข้มแข็งได้ในเวลาที่ต้องการ" January 16 ปีใหม่..กับเส้นทางใหม่ ใหม่..สวัสดีปีหมูทุกท่าน
..กว่าจะได้ Update ก้อปาเข้าไปกลางเดือน
เพราะช่วงที่ผ่านมา
มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
ทั้งเรื่องดีและไม่ดี..ขอเล่าเรื่องดีๆ ก่อนแล้วกันนะ
จากเขาใหญ่..กับที่ทำงานสนุกสนานมาก
ได้กิน(เหล้า) เท่าที่อยากกิน ได้เล่น ได้นอนเท่าที่อยากนอน
ที่สำคัญได้มีเวลาเป็นของตัวเอง ได้สูดอากาศเย็นๆ แสนบริสุทธิ์
ได้อยู่ใกล้ ใกล้คนที่อยากอยู่ใกล้..
ลงจากเขาขึ้นภู..ภูที่ว่านั้นเป็นภูเขาในจ.แม่ฮ่องสอน
หลายคนคงเคยไปมาแล้วและชื่นชอบกับบรรยากาศ
ส่วนอีกหลายคนคงอิจฉาที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเหยียบ..
![]() ![]() ![]() "อำเภอปาย"
ฉันได้ไปพักโฮมสเตย์ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 2 กิโล
ที่นั่นเป็นบ้านกระท่อมเล็กๆ น่าอยู่ เรา 4 คนกับแมวน้อยอีก 1 ตัว
ตกดึกเนื่องจากเดินทางมายาวนานกับโค้งหินบ้างไม่หินบ้างกว่าพันโค้ง
ทำให้พวกเราหลับสนิทแต่ต้องสะดุ้งตื่นมากลางดึก
"เตียงสั่น" อะไรกันนี่ เราเจอทักทายซะแล้ว แล้วก้อหลับต่อไปด้วยความง่วง
เช้ามาเดินสูดอากาศในเมือง ไปวัดไหว้พระ "น้ำฮู"
กินอาหารจีนยูนนานที่เด็ดทั้งรสชาติ และการสั่งอาหารที่นั่น
ตกเย็นขี่รถจักรยานชมเมือง และสิ้นสุดที่ถนนคนเดินยามค่ำคืน
![]() ![]() ตกดึก..ทำพิธีไล่ผีโดยการสวดมนต์อย่างหนักและหลับไป
ตื่นเช้าได้จิบกาแฟจากร้าน "All about Coffee"
แวะส่ง Postcard ที่ได้จากร้านมิตรไทย ร้านสบายดี และร้านแบกะดินให้บางคน..
กลับมาเก็บของพร้อมกับความจริงที่ว่า..
"ฮู้สึกก่คับ คืนก่อนแผ่นดินไหว" 555
เริ่มออกเดินทางมา Countdown ที่กรุงเทพฯ
หลังเดินทางกลับมาได้ไม่นาน
บ้านเราก้อต้องสูญเสียแมวอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ
ด้วยยาฆ่าปลวกที่ข้างบ้านฉีดแล้วไม่บอก..
จากนั้นได้รับข่าวพ่อเพื่อนสนิทเสียอีก..
"ขอไว้อาลัยกับการจากไป.."
มาที่ทำงานเจองานกองท่วมหัวอีก เอ้า!!!
แต่ก้อดีที่มีรับปริญญามาคั่นให้สนุกสนานกับเพื่อนฝูง
ก่อนที่เราจะต้องแยกย้ายกันจริงๆ
แล้วก้ออย่าลืมส่งรูปแต่ละคนมาละ
![]() ปิดท้ายด้วยความน่ารักกุ๊กกิ๊กของคู่บ่าวสาว
"หนูนก" เพื่อนเรานั่นเอง
เจ้าสาวสวยสุดๆ และลูกพี่ลูกน้องเจ้าบ่ายที่น่ารักสุดๆ เช่นกัน
จนพวกเราหลายคนอดใจไม่ไหวต้องไปชักรูปไว้สักหน่อย
จากนั้นพวกเรา "จ๊ะ แอมป์ นุ่น ส้ม" ไปตะลุยราตรี
ฉลองกล้องใหม่ และกินมนต์นมตอนร้านใกล้ปิด
หลงทางบ้าง มั่วบ้าง ถูกทางบ้าง แต่ก้อ..สนุกดี!!
December 18 เพื่อนรัก..เพื่อนเลิฟ...เพื่อนคือ...ทุกสิ่ง ยิ่งกว่าแฟน
ไม่ตามใจมัน มันก็ไม่ด่า แต่ถ้ามันไม่ตามใจเราก็ด่าได้ เมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่า เรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป เพื่อนคือที่พึ่งยามเป็นทุกข์ ที่ปรึกษา ตั้งแต่เรียน ทำงาน จนจะแต่งงานก็ยังต้องปรึกษามัน เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน คอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน คอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก และเพื่อนก็คือคนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน มีผู้ที่เคยคบกันถามว่า...จะให้เลือกหนึ่งเดียว ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี ว่าคุณจะเลือกใคร ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เพื่อน" ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ เราก็บอกว่าตอบถูกแล้ว เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า แต่ไม่ใช่ ถัาเราจะต้องเอาคนเข้ามาในชีวิตอีก 1 คน ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น 10 ปี เราว่าทุกคนก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม เราไม่สามารถเอาแต่ละคนมาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ **เพื่อน** " some time happy… some time sad… but all time friend " ![]() ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน
แล้วเล่าให้มันฟัง มันก้อสุขใจ เราก้อสุขใจที่ได้ยั่ว ได้แกล้งมัน
หรือบางครั้งเกิดปัญหา
มันเคยพูดไหมว่า "ไม่สนโว้ย*ไมไปเที่ยวแล้วไม่ชวนกรู*แก้ไขเองแล้วกัน" ไม่มีหลุดจากปากมันด้วยความจริงของใจหรอก จะก้อแต่ว่า "อยู่ตรงไหน เป็นอะไรรึป่าว จะรีบไปหานะ..." แต่บางครั้ง..การกระทำทุกอย่างที่ทำให้เพื่อนไป กลับไม่ได้เข้าตาเขาสักอย่าง เรื่องที่หวังดี..แต่ผลกลับออกมาทำร้ายจิตใจที่สุด ก้อคงต้องทำใจและเข้าใจ ในความเปลี่ยนแปลงของเวลาและความสัมพันธ์ระหว่างเรา.. ...... ![]() December 12 งานแต่งแรกของรุ่น...เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ฉันได้มีโอกาสไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนคนหนึ่งที่นิด้ามา
สำหรับเพื่อนคนนี้ เราเคยอยู่กลุ่มเดียวกัน หอเดียวกัน
และที่สำคัญคือ ชั้นเดียวกันมาก่อน
"คิมมี่" ..เป้นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยจา ชอบทำคิ้วขมวด
แต่เวลาปล่อยมุขก้อมีฮาได้เหมือนกันกับความใสซื่อของเขา
ในวันนี้..นายคิมมี่เพื่อนของพวกเรา
ได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเจ้าสาวแสนน่ารักว่าที่ด็อกเตอร์ไปเรียบร้อย
บ่าวสาวในชุดสีครีม-ทองดูเด่น หล่อสวยอยู่หน้างาน
กับพวกเราชาวนิด้ากว่า 50 ชีวิตร่วมอวยพรฉลองมงคลสมรส
โดยที่ยังไม่ทิ้งนิสัยโห่ฮิ้ววววว เมื่อยามที่บ่าวสาวเผยความในใจให้กันบนเวที
เสียงพิธีกร "น้องเอิน" ถามเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่กำลังยืนเขินบนเวทีว่า
น้องเอิน : เจ้าบ่าวมีอะไรจะบอกกกับเจ้าสาวไหมค่ะ
เจ้าบ่าว : ผมอยากให้เค้า.... ..... ..... น่ารักอย่างนี้ตลอดไปครับ
ชาวนิด้า : ฮิ้วววววววววววววววววว
น้องเอิน : แล้วเจ้าสาวละค่ะ ประทับใจและอยากบอกอะไรกับเจ้าบ่าว
เจ้าสาว : ประทับใจที่เค้าเป็นคนซื่อๆ ค่ะ
ชาวนิด้า : ฮิ้วววววววววววววววววววว (เพราะทุกคนล้วนรู้อยู่แล้วว่าเจ้าบ่าวเป็ฯคนยังไง)
เจ้าสาว : อยากให้เจ้าบ่าว.... รักเราอย่างนี้ตลอดไปค่ะ (ยิ้มเขิน)
ชาวนิด้า : หิ้ววววววววววววววววววว วิ๊วววววววววววววววววววว
ในวันนั้น พวกเราได้สร้างอาณาจักรเล็กๆ ของพวกเราขึ้นมา
เป็นชุมชนนิด้าอยู่ด้านหลังห้องจัดเลี้ยง
กิน เล่น แซวกันครื้นเครง สนุกสนาน
ไว้เด๋วจะเอารูปมาให้ดูกัน
แต่..ในความสนุกสนานวันนั้น กลับมีเรื่องน่าสะเทือนใจอยู่บ้าง
คือ....มีคนอยู่คนนึง โดนเพื่อนรักทิ้งให้หาทางไปงานเอง
ใครไม่เจอกะตัว ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บ ช้ำ ระกำทรวงขนาดไหน
โอ้วววววว พระเจ้าจอร์จ ลูกไม่รู้จะทำอย่างไร
ลูกจะทำยังไงกะไอ้เพื่อนเวรคนนี้ดี ได้โปรดบอกลูกด้วยเถิด November 30 กิจกรรมสิ้นปี....วันนี้ฉันมีเรื่องเล่าชาว Production มาให้ฟัง
เริ่มจาก..พวกเราตื่นเต้นกันมาก กับปลายปีที่จะมาถึง
เนื่องจากออฟฟิศเราจะหยุดยาวววววววววววว
ดังนั้นออฟฟิศจึงพาพวกเราไปกินเที่ยวกันเต็มที่ ณ "เขาใหญ่"
แต่ก่อนที่จะไป น้องใหม่อย่างเรามีเรื่องมากมายที่ต้องตามรุ่นพี่ที่นี่ให้ทัน
คือ 1. เล่น BUDDY ก่อนไปเที่ยวเป็นเวลา 2 เดือน
ในครั้งนี้เราร่วมเล่นกับบริษัทพี่ บริษัทน้องด้วย
2. เตรียมการแสดง : โดยเหล่าน้องใหม่กว่า 10 คน แต่ตอนนี้ยังคิดกันไม่ออก
3. เตรียมฟิตกล้ามเนื้อคอให้ "แข็ง" เข้าไว้
เพราะไม่รู้ว่าเราจะต้องรับศึกหนักกับน้ำสีอำพันมากน้อยแค่ไหน
4. ฟิตร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะไปลุยกับกิจกรรม Adventure ที่รับรองความมันส์
ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลรูหนู เพื่อดูนิสัยและการตัดสินใจของแต่ละคน
Zorb ที่กลิ้ง กลิ้ง กลิ้ง และกลิ้งลงมา
![]() ยิงธนู Bowling Paint Ball ATV Climbing Cow Boy และ SPA สุดหรู
![]() 5. งานหนักมากกกกกกกกกกกกกปลายปี
ที่มีเรื่องให้ต้องปวดหัวกันตลอดเวลา
เฮ่อ...แต่ก้อใกล้จะถึงเวลาที่เราจะได้ไปเที่ยวกันแล้วสิ
เย้...!!! หนุกหนาน หนุกหนาน
"ใครจะไป..ยกมือขึ้นนนนนนน"
November 21 Love I need somebody LOVE..เช้าลืมตาขึ้นมาก็เจอแต่เรื่องเดิมๆ
ก็ไม่มีใครมาเติมชีวิตให้เป็นเรื่องใหม่
ออกไปที่อื่น เจอะใครมากมาย หันไปมองทางใด ก็เจอแต่คนรักกัน
แล้วทำไมตัวเราถึงยังไม่เห็นมีใคร
ไม่มีกำลังใจจากที่ไหนเลย
อยากมีคนอยู่ข้างกาย สบตากัน ให้หัวใจมันเต้นแรง
เก็บไว้ คิดถึงกัน เก็บไว้ คิดถึงกัน
Love i need somebody love
อยากขอใครสักคนเพื่อ..
Love i need somebody love
อยากขอสักคนเพื่อ Love
ให้หัวใจได้รักใคร มีบางคนที่แคร์ คนที่มีรักแท้คือใคร
คนที่โทรผิดมาเมื่อวานตอนเช้า คนที่นั่งกินข้าวติดกันเมื่อคืน
คนที่ยิ้มให้กันตรงหน้าปากซอย ใช่หรือเปล่า ใช่หรือเปล่า
จะดูแลอย่างดี ถ้าเจอใครคนนั้น
จะคอยเป็นห่วงกัน ไม่ทิ้งกัน ไปไหน.......
![]() ![]() November 13 เปิดบ้านเลี้ยง..ตอนนี้ที่ทำงานกำลังยุ่งเรื่องเตรียมงานเปิดบ้าน
ที่จะจัดกับผู้มีพระคุณทั้งหลาย
งานนี้ท่าทางจะน่าสนุก ตื่นเต้น เร้าใจเป็นแน่แท้
แค่ดูตอนเตรียมงานกัน ก้อรู้แล้วว่างานนี้ไม่ธรรมดา
เริ่มตั้งแต่การถ่ายภาพเพื่อเตรียมไปทำพร็อบ
การจัดเตรียมเสื้อสำหรับเจ้าบ้าน
การจัดมุมต่างๆ ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ
โห...น่าหนุกแฮะ
ไว้เด๋วจะเอารูปในวันงานมาฝากเน้อ October 27 เฮฮา เฮฮา Shot 1..
นี่ก้อใกล้ช่วงวัน Halloween เข้ามาทุกทีล่ะ
แต่งานก้อยังคงเด๋วยุ่ง เด๋วว่างเหมือนเคย
ปีนี้กะจะไป Halloween ที่บ้าน "พี่สมิทธิ์" ฉลองคอนโดใหม่ซะหน่อย
"ต้องสนุกแน่นอน"
พวกเรากะว่าจะไม่แต่งหน้าไป เพราะเด๋วเค้าจะคิดว่าเป็น "คน" 555
Happy Halloween's Day.. c",) October 02 ส่งแค่นี้....ส่งแค่นี้..
(บอย ตรัย ภูมิรัตน)
มีคำๆนึงในหัวใจ ที่ฉันต้องพูดมัน
ก็รู้ว่าคงมีซักวัน ที่ฉันต้องบอกไป แต่วันนี้ยังทำใจไม่ได้ คือคำว่าลาก่อน เราเคยมีวันคืนที่ดี มีเธอและมีฉัน เราเคยมีใจที่ให้กัน ก็คิดว่าแน่นอน แต่เราก็เดินมาถึงตอน ที่เป็นฉากสุดท้าย แล้วใช่ไหม ไม่อยากเป็นคนต้องบอกลา แค่คิดฉันก็ยิ่งปวดใจ เก็บเอาความรู้สึกดีๆ ส่งเธอเลยตรงนี้จะได้มั้ย ส่งไกลแค่ไหนเราก็ต้องลาอยู่ดี ก่อนเราจากกันฉันควรจะหยุดเท่านี้ น้ำตาที่มี ให้เธอโชคดี ให้เธอปลอดภัย ทุกอย่าง จะส่งที่ไหน ฉันคิดว่าคงไม่ต่าง ยังไงก็เจ็บเหมือนกัน ดูแลตัวเธอเองให้ดี จากนี้ไม่มีฉัน เจอใครยังไงไม่สำคัญ อย่าลืมกันก็พอ จากนี้ไปคงไม่ต้องรอ แค่สิ่งเดียวที่จะขอ ครั้งสุดท้าย ![]() ไม่อยากเป็นคนต้องบอกลา แค่คิดฉันก็ยิ่งปวดใจ เก็บเอาความรู้สึกดีๆ ส่งเธอเลยตรงนี้จะได้มั้ย ส่งไกลแค่ไหนเราก็ต้องลาอยู่ดี ก่อนเราจากกันฉันควรจะหยุดเท่านี้ น้ำตาที่มี ให้เธอโชคดี ให้เธอปลอดภัย ทุกอย่าง จะส่งที่ไหน ฉันคิดว่าคงไม่ต่าง ยังไงก็เจ็บเหมือนกัน ไม่อยากเป็นคนต้องบอกลา แค่คิดฉันก็ยิ่งปวดใจ เก็บเอาความรู้สึกดีๆ ส่งเธอเลยตรงนี้จะได้มั้ย ส่งไกลแค่ไหนเธอก็ต้องไปอยู่ดี ก่อนเราจากกันฉันควรจะหยุดเท่านี้ น้ำตาที่มี ให้เธอโชคดี ให้เธอปลอดภัย ทุกอย่าง จะส่งที่ไหน ฉันคิดว่าคงไม่ต่าง ยังไงก็เจ็บเหมือนกัน เชื่อมั้ยว่ามันไม่ต่าง ยังไงจะคิดถึงเธอ.. September 27 เปิดโลกการเดินทางกับ..วงกลมเมื่อวานนี้ได้มีโอกาสไปร่วมงาน "ร่วมเปิดโลกแห่งการเดินทางกับสำนักพิมพ์วงกลม"
โดยในงานพบกับ 3 นักเขียนชื่อดัง
เจ้าของผลงาน "หนังสือคู่มือท่องเที่ยวด้วยตนเอง" ประกอบด้วย
กรกฎ พัลลภรักษา
โตมร ศุขปรีชา
เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย
และสนุกสนานกับ Travel Tips จาก อ้น สราวุฒิ มาตรทอง
งานจัดที่ร้าน "Divana Nuture Tea room" สุขุมวิท 35
ร้านสีขาวสะอาดตา ขนมเค้กแสนอร่อย
แสงแฟลชวูบวาบ ผู้คนขวักไขว่ในร้านเล็กๆ
ถ้วยชามะนาวน้ำผึ้งที่พันรอบไปด้วยบทความจากนักเขียน
แก้วน้ำสีสวย นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ฉันเลือกเครื่องดื่มจากลักษณะภายนอกของแก้ว
การทักทายและต้อนรับที่อบอุ่นตั้งแต่เข้างานจนเดินออกจากงาน
ในงานนี้ฉันได้เจอคนมากมาย เช่น อัลฟาและโรมิโอ, คุณแป้ง, คุณนวล, คุณจุ้ย ศุ บุญเลี้ยง
คุณมาฬิศ เชยโสภณ และคนอื่นๆ อีกมากมายที่ชั้นคุ้นหน้าแต่ไม่คุ้นชื่อ
น่าเสียดาย ฉันน่าจะได้รู้จักใครๆ ในวงการน้ำหมึกมากกว่านี้
จะได้เก็บมาเล่าให้ฟังว่าได้เจอใครมาบ้าง
การมาวันนี้..สร้างความประทับใจให้ฉันหลายอย่าง
ฉันตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไม..แต่ฉันจะไม่ลืมวันดีๆ งานดีๆ หนังสือดีๆ
และพี่สาวที่แสนดีที่เอ่ยปากชวนฉันไปร่วมงาน
ทั้งๆ ที่โอกาสที่จะได้ไปงานนี้น้อยเต็มที..ขอบคุณค่ะ
ในครั้งนี้ แม้ฉันจะไม่มีเงินติดตัวไปสักแดงเดียว
แต่ฉันกลับได้หนังสือเล่มโตกลับมาถึง 3 เล่มด้วยกัน
เล่มแรก..ลอนดอน เที่ยวลอนดอนได้ด้วยตัวเอง เป็นเล่มแรกที่อยู่ติดมือฉันตั้งแต่เริ่มงาน
เนื่องจากเป็นของที่ระลึกเมื่อฉันลงทะเบียน
เล่มสอง..เที่ยวนอกแผนเที่ยว ของอัลฟาและโรมิโอ งานนี้ได้เจอตัวเป็น เป็น แถมได้ลายเซ็นต์มาเป็นของแถม
โดยคนในงานบอกว่า "วันนี้พี่เค้าว่างมา ปกติหาตัวไม่ค่อยเจอนะเนี่ย" ฉันเลยยิ้มปลื้มเป็นพิเศษที่ได้เจอนักเขียนในดวงใจ
เล่มสุดท้าย..Backpack แบกเป้เที่ยว ของMr. Mint ที่วันนี้ไม่ได้มาร่วมงาน
![]() September 21 เตรียมตัวออกผจญภัย..วันนี้ขี้เกียจตื่นเช้าชะมัด
เค้าน่าจะหยุดยาวไปถึงวันเสาร์จิงๆ
ฉันตื่นเต้นยามเช้ากับสิ่งที่อยู่ในสถานีหรู "พร้อมพงษ์"
เพราะมีร้านหนังสือมาตั้งขายเฉพาะกิจและที่สำคัญคือ
"ลดราคากระหน่ำ summer sale"
ฉันเดินๆ ดูพบว่ามีหนังสือหลายเล่มน่าสนใจ
และคงเป็นทางเดินสำหรับนักเดินทางมือใหม่อย่างฉันถึง 5 เล่มทีเดียว
1. Real Life ฉันไม่ได้เป็น "ฮิสทีเรีย" : บันทึกของ "หมวย" ในช่วงชีวิตระหว่างอายุ 13-19 ปี
เป็นหกปีที่โบยบิน...ในโลกของกามรมย์
2. เมนูกลางแจ้งจากครัวเสี่ยแม้ว : โดยแสงไทย เค้าภูไทย
ที่บรรจุเรื่องราวเคล็ดลับการทำอาหารที่ง่ายบ้าง ยากบ้างไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
3. รอยรองเท้า : เรื่องเล่าจากรองเท้า 9 คู่ในต่างแดน ที่แฝงเกล็ดความรู้
และวัฒนธรรมต่างถิ่นไว้ได้อย่างน่าอ่าน
![]() 4. อิ่มท้อง ท่องไทย : โดยโอภาส ปฏิมานุเกษม เป็นหนังสือเล่มแรกที่ตัดสินใจเลือกหยิบขึ้นมาดู
และถูกใจแต่แรกเปิดเลยทีเดียว เพราะเนื้อหาและภาพประกอบล้วนได้อารมณ์ของการกินไปเที่ยวไป
5. Outdoor & Adventure ผจญภัยไร้ขีดจำกัด : ของทรงชัย อังกาทิพย์ คำนำโดยดวงดาว สุวรรณรังษี และสุรศักดิ์ ตันตะโยธิน
เป็นการเที่ยวอย่างคนรุ่นใหม่ ท่องไปอย่างใจฝัน ธรรมชาติงดงามเป็นเดิมพัน มีความมันส์การันตี September 18 ปฐมบทการเดินทางกับเขาชะเมา..ปฐมบทการเดินทาง ครั้งแรกในรอบเกือบปี เราเริ่มทริปแรกกันที่ "เขาชะเมา" โดยเราออกเดินทางในวันเสาร์ ฉันแอบตื่นเต้นเล็กน้อยที่เราจะนั่งรถทัวร์จากเอกมัยไปยังสามย่าน จังหวัดระยอง
ตื่นตั้งแต่ตี 5 เราใช้เวลาเดินทางกันไม่นานนัก แต่เราใช้เวลาก่อนออกจากบ้านนานไปหน่อย ทำให้เราไปถึงเฉียดฉิวเวลารถออก เดินหารถที่จะขึ้นอยู่สักพัก หาไม่เจอ..กำ!! โชคดีที่เจอคนขับคันที่เราจะไปพอดี 7 โมงเป๊งรถค่อยๆ ออกตัวอย่างช้าๆ ช้า และช้ามากกกกจนเราคิดว่าจะไปถึงสามย่านสักกี่โมงกัน
นั่งมาสักพักเกือบเข้าเขตระยอง กลิ่นเหม็นโชยมาเตะจมูกอย่างแรง และเริ่มแรงขึ้น ไม่ไหวแล้วทำไงดี ขณะที่กำลังหาอะไรมาปิดจมูกอยู่นั้น โฮสเตสสาวประจำรถทัวร์เดินมาปรับทุกข์กับคนขับว่า "..มีใครขี้ก้อไม่รู้เข้ เหม็นมาก ข้างหลังไม่ไหวแล้ว หาที่จอดรถเพื่อเทเข้ก่อนดีกว่า.." อืมมม....อยากจะหันไปขอโทษคนข้างๆ จังว่า "ขอโทษที่เข้าใจผิดคิดว่าป้าตด" เราอิจฉาคนที่ได้ลงไปแล้วจังเพราะเค้าได้พ้นเคราะห์กรรมอันหนักหนาไปแล้ว เหลือเรานี่สิ เมื่อไหร่จะถึงสักที
นั่งมาอีกสักพักเสียงสวรรค์ก้อลอยมา "..สามย่านค่ะ สามย่าน.." ขอบคุณพระเจ้า อย่างน้อยเราก้อทำบุญมาบ้างล่ะนะ พวกเรากระวีกระวาดรีบลงจากรถ เพราะกลัวว่าโฮสเตสสาวจะเปลี่ยนใจพาเราร่วมเดินทางกับทัวร์นี้ต่อไป น่าสงสารคนที่นั่งต่อไปจัง พอกันทีกะทัวร์เข้.. 555
"..ถึงระยองสักที ตื่นเต้น ตื่นเต้นจัง...."
พวกเราก้าวเท้าขึ้น "เขาชะเมา" กันตอนบ่ายโมงกว่า อากาศกำลังดี ฝนพรำๆ ได้กลิ่นบรรยากาศของป่า น้ำตกก้อใสและยังไหลแรงมากอีกด้วย ทำให้เราหยุดกันที่น้ำตกชั้นผากล้วยไม้ เพื่อเล่นน้ำกัน การผจญภัยเล็กๆ ของชั้นเริ่มขึ้นแล้ว เพราะต้องทำหน้าที่ Nevigator สำรวจแหล่งน้ำว่าตรงไหนลึก ตรงไหนตื้น ตรงไหนควรไป ไม่ควรไป..
คนที่มักจะก้าวตามเรามาติดๆ คือสาวนุ่น ต่อด้วยสาวแอมป์ สาวใหม่และหนุ่มโด่ง องค์รักษ์พิทักษ์ท้าย ส่วนสาวหลิงอาสาทำหน้าที่เป็นยามชายฝั่ง คอยเก็บภาพขณะพวกเรากำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่ในน้ำตก
กลับจากน้ำตกต่อด้วยผัดไทเจ้าอร่อย แต่เฮียเคลืมบอกพวกเราไปว่ามันเป็น "ผัดไทเชื่อม" เพราะหวานนนนนนจับใจ ดีที่ได้น้ำผักรวมที่ใส่ผักทุกอย่างแม้แต่หอมใหญ่ อร่อยดี!! และแล้วเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจก้อมาถึง เพราะเราจะไป "นั่งเรือชมหิ่งห้อย" ที่แม่น้ำประแส ที่นั่นพวกเราได้ลิ้มรสลูกจาก อันหอม หวาน อร่อย จนไม่อยากจากมันไปเหมือนชื่อสักนิดเดียว
เมื่อความมืดมาถึงเป็นเวลาที่พวกเราทั้ง 7 ต้องเตรียมตัวขึ้นเรือ โดยมีเฮียเคและหม่าม๊ายืนบ๊าย บายอยู่ริมฝั่ง ความมืดและสายน้ำทำให้ใครบางคนเกิดกลัวขึ้นมาจึงคว้าเสื้อชูชีพมาใส่..อยู่คนเดียว ขณะกำลังเพลินกับสายลมเย็นที่วิ่งปะทะหน้าก้อได้ยินเสียงใครคนหนึ่งว่า "..นั่นไง หิ่งห้อย" เสียงนั้นดึงความสนใจพวกเราให้เพ่งมองไปที่ต้นลำพู
แสงแว๊บ แว๊บ..ทำให้พวกเราชาวกรุงพยายามหาสายไฟที่ไปคล้องตามต้นลำพูว่ามีใครซ่อนไว้รึป่าว ขำน่า นั่นคือหิ่งห้อยต่างหาก พวกเราเหมือนได้ความสดชื่นกลับมาอีกครั้ง ตื่นตาตื่นใจกับสายน้ำ สายลม ดวงดาวใหญ่น้อย และพระเอกของงาน "หิ่งห้อย" กลับจากหิ่งห้อยก้อต้องเติมพลังลงท้องกันหน่อยด้วยอาหารทะเลเต็มคราบ อภินันทนาการจากเจ้ามือใหญ่ของเรา ขอบคุณนะค๊า
ตื่นเช้ามาเดินเล่นริมหาดแม่พิมพ์.. อากาศยามเช้าบริสุทธิ์ได้ใจคนกรุงอย่างเราไปเต็มๆ หาดทรายละเอียด คลื่นแรงที่ซัดมา สะใจดีจริงๆ ท้องฟ้าสีสันสดใส และเกาะเสม็ดที่มองดูๆ แล้วนึกว่าอยู่ชายหาดเดียวกันซะอีก ที่ไหนได้ ขืนเดินไปได้ขาหลุดกันพอดี เพราะนอกจากจะเดินแล้ว ยังต้องว่ายน้ำข้ามเกาะไปอีก เฮ่อ..คิดแล้วเหนื่อย ไปหาของกินดีกว่า
ประเดิมมื้อเช้ากับร้าน "ก๋วยเตี๋ยว VIP" ที่เจ้าบ้านบอกว่าอร่อยโคตร โคตร แต่พวกไม่เชื่อ เลยสั่งมาชิมเกือบทุกเมนู ขาดแค่เย็นตาโฟไปเพียงอย่างเดียว กินกัน 7 คนหมดไปแค่ 780 บาทเท่านั้นเอง จิ๊บๆ (สำหรับพวกเรา) แต่เฮียเคถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่จ่ายไปกับอาหารเช้า 555
..แม้ทริปนี้จะไม่ใช่ทริปที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับใครบางคน
แต่ทริปนี้ได้สร้างความประทับใจให้ฉันไม่รู้ลืม และที่สำคัญทริปนี้ได้ชาร์ตพลังที่เกือบหมดของฉัน
ให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ขอบคุณเจ้าบ้านสำหรับน้ำใจไมตรี ใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นกันเอง
..พวกเราสัญญาว่าจะกลับไปสร้างความป่วนให้ทุกท่านอีก 555...
"..ขอบคุณคร๊าบบบบบบ.." September 15 หัวใจ(รัก)ออกเดินทาง...พรุ่งนี้แล้วสิที่ฉันจะออกเดินทาง..
แม้จะเป็นเส้นทางเล็กๆ และดูธรรมดา
แต่นี่เป็นการเดินทางครั้งแรกในรอบเกือบปีที่ผ่านมาเลยล่ะ
การเดินทางครั้งนี้สร้างความไม่คุ้นเคยให้ฉันเล็กน้อย
อารมณ์ขี้เกียจบวกกับตื่นการเดินทาง
ทำให้ชั้นรู้สึกแปลกๆ
แต่ฉันก้อเต็มใจที่จะเดินไปบนเส้นทางนี้
ตามคำบอก..เล่าที่กระตุ้นให้ฉันอยากเดินทางในเร็ววัน
รอหน่อยนะ..อีกไม่นานแล้วล่ะที่เราจะได้พบกัน
..การเดินทาง..
![]() "..ฉันมักพาหัวใจรักออกเดินทางไปด้วยบ่อย
หลายหน ความเหงาถูกเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอบอุ่น
และท้องฟ้าที่ชอบแหงนมองก็ยิ่งสวย
แต่ยังมีบางทีที่หัวใจเดียวดาย เหน็ดเหนื่อย
และการเดินทางกลายเป็นสิ่งเดียว
ที่โอบอุ้มหัวใจไว้อย่างอ่อนโยนแผ่วเบา
ให้ความเจ็บปวด ค่อยๆ จางหาย.."
บทความจาก..พิมพิดา กาญจนเวทางค์
..ในสายลม ดอกไม้ ความรัก..
September 14 ยิ้ม..ยิ้มกว้าง..และกว้างกว่า..![]() เมื่อวานฉันได้ดูหนังสั้นของเด็กนิเทศ จุฬา
เรื่อง.. "มนต์รัก..ซัก..รีด"
เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไปหลงรักลูกสาวร้านซักรีด
แต่ไม่กล้าจีบตรงๆ เพราะกลัวแม่สาวและไอ้ปากเหม็นตามรังควาน
ในเรื่องมีวิธีการต่างๆ ที่จะเอาชนะใจสาวให้ได้
โดยเริ่มสร้างความประทับใจจาก
ข้อความด้านหลังปฏิทินแบบฉีกที่ถูกส่งไปทุกวัน
และมุขที่เอาชนะใจฉันและสาวน้อยได้คือ
"มุข..ขยี้ใจฉันเลย"
โดยบนเสื้อที่ส่งซักมีข้อความ
"ขยี้ใจฉันเลย" ไว้กลางหัวใจที่บรรจงวาดไว้
เพื่อให้สาวซักและ..ขยี้
แม้เรื่องจะดูเรื่อยๆ ไม่หวือหวา
แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดให้ฉันนึกไปถึงวันที่ผู้กับกับมือใหม่คนนี้
ได้มีหนังของตัวเองสักเรื่อง..ให้เราติดตามต่อไป
นึกไปนึกมา..แอบอิจฉาตัวเองในวันนี้จัง
ได้งานที่ชอบ..แม้ไม่ใช่สายที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมา แต่..
ฉัน..ได้ชีวิตอิสระเท่าที่อยากได้
ฉัน..ได้รับและให้มิตรภาพที่มีไม่จบสิ้น
ฉัน..ได้ training จากโรงหนังกลางโถงใหญ่
ด้วยหนังและโฆษณาแปลกๆ เกือบทุกเที่ยง
แทนการประชุมที่คร่ำเครียด
ฉัน..ได้เล่นเน็ตเท่าที่อยากเล่น ได้ผ่อนคลายเท่าที่อยากทำ
ได้เดินเล่นในเวลางานเท่าที่อยากเดิน
ได้ว่างเท่าที่อย่างว่าง
และ..ได้เจอคนที่อยากเจอในทุกวัน
ฉัน..มีเพื่อนดื่มดริ้งค์ในวันที่อยาก..ได้เต็มเหนี่ยว
ได้ทำงานหนักและเยอะเท่าที่จะทำได้ในวันขายงาน
และได้สนุกแม้จะเหนื่อยสุดๆ หลังขายงานได้
วันนี้..ฉันได้ปล่อยให้ชีวิตเดินไปตามแต่อารมณ์จะพาไป
..ฉันจึงมีทั้งอารมณ์เศร้า สุข สนุก เบื่อในทุกวัน..
..ม้อนจ้อน.. September 11 คิดถึง..จังวันนี้ตื่นเช้ากว่าทุกวัน (ที่ต้องออกมาทำงานเอง)
กำลังนั่งเพลินๆ ในรถตู้ ทำให้คิดขึ้นมาว่า
บรรยากาศช่างคล้ายคลึงกับตอนเรียนจัง
เช้าที่เหมือนจะมีฝนตก อากาศเย็นสบายกับการพาตัวเองตื่นนอนตอนเช้าที่แสนจะขี้เกียจ
ค่อยๆ ล้างหน้าแปรงฟัน และอาบน้ำ
เดินทักทายกับพี่เอี้ยง ร้านข้าวเจ้าอร่อยหน้าหอ
ข้ามถนน แวะไปรษณีย์ แวะซื้อข้าวเหนียวหมู
ถึงนิด้า ก้อจะเห็นหน้าบึ้งๆ ของคนๆ นึงอยู่หน้าคอมฯ
ตอนแรกๆ อาจไม่ชินว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงชอบทำหน้าบึ้งในตอนเช้า
ในตอนหลังเธอบอกเหตุผลที่ทำให้ถึงบางอ้อว่า
"ก้อเมิงจะให้กรูบ้านั่งยิ้มให้ใครต่อใครตลอดเวลารึไงเล่า"
ก้อไม่ได้ว่าจะให้ยิ้มให้ทุกคน แต่อย่าทำหน้าบึ้งได้ไหม
ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปทำงานจะทำหน้าอย่างนี้อยู่รึป่าวนะ
แต่คงจะไม่แล้วล่ะ เพราะเด๋วนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย..
ถัดมาจะเจอชายหนุ่ม (รึป่าวยังไม่ค่อยแน่ใจ)
หล่อนมักจะชอบสิงตัวอยู่กับน้องๆ รุ่นต่างๆ
โดยเฉพาะน้องผู้หญิง จะต้องเป็นพี่ชายที่แสนดี
ทั้งๆ ที่งานตัวเองไม่ยอมทำ (แอบเม้าท์)
แต่ก้อต้องยอมรับเค้าล่ะว่าเค้าป๊อปจริงๆ ล่ะ
เป็นหนุ่ม Metro sexual จิง จิ๊งส่วนอีกสองคู่ชู้ชื่นก้อคือวิทยุกับป้าแก่
ที่เห็นหน้าอีกคน ต้องเห็นอีกคนด้วยเหมือนเงาตามตัว
และขี้เกี้ยมกับสาวงามแห่งดินแดนคนหัวโต
สองคนนี้เพื่อนๆ พยายามง้างปากแล้วง้างอีก
กว่าจะหลุดอะไรออกมาได้แต่ละคำ
เล่นเอาเพื่อนๆ เหนื่อยแทบตาย
แต่..ก้อคุ้มว่ะกับความพยายาม อิอิ
อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ลืมเรทมูมไปได้เยี่ยงไร
แม้เราอยู่ห้องเราจะไม่ค่อยได้คุยกัน
ก้อเพราะชั้นชอบที่จะขึ้นไปเสร่ออยู่ชั้น 7 บ้าง ชั้น 4 บ้างหน่ะสิ
แต่ยังไงเราก้อยังเป็นคู่เพื่อนที่รักกัน..จริงๆ นะ
|
|||||||
|
|